ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก มีอะไรบ้าง

Apr 19

ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก มีอะไรบ้าง

ทำไม่ต้อง Alibaba (สอนเริ่มต้นการนำเข้าสินค้าจีนง่ายๆ) ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก มีอะไรบ้าง.

วิดีโอ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก มีอะไรบ้าง



อย่างที่สองคือช่องทางการขนส่งสินค้าจากประเทศไทย หลักๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทางคือ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน แต่ละช่องทางจะมีราคาและเรื่องระยะเวลาที่แตกต่างกันซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวนด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจเลือกใช้วิธีการร่วมทุนกับบริษัทที่มีสัญชาติของประเทศดังกล่าวก็ได้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเรื่องต้นทุน แถมยังได้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็น

วัตถุอันตรายชนิดที่ 3

ช่องทางการเผยแพร่ข้อมูล สำนักงานศุลกากรกลางของเยอรมนี ได้จัดทำเว็บไซต์ ในการคำนวณค่าธรรมเนียมและภาระที่เกี่ยวข้อง และการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อเฉพาะเรื่อง อาทิ สินค้าต้องห้าม แหล่งกำเนิดสินค้า ฯลฯ



อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก มีอะไรบ้าง

การขยับขยายการทำธุรกิจออกไปสู่ต่างประเทศคือแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่น่าสนใจ และเป็นจุดที่อาจจะเรียกได้ว่าสูงสุดแล้วสำหรับนักธุรกิจสายเลือดไทยที่สามารถพาสินค้าส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ แต่การส่งออกสินค้ามีข้อแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการทำธุรกิจภายในประเทศ ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม ค่านิยมของผู้บริโภค และที่สำคัญคือเรื่องของกฎหมายและระบบการเสียภาษี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับการลงทุนแข่งขันภายในประเทศ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้กับทั้งผู้ประกอบการและธุรกิจคือสิ่งแรกๆ ที่จะต้องทำก่อนที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินเสียอีก

1. แต่งตั้งผู้จัดการโครงการ

สิ่งที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกในการส่งออกคือการแต่งตั้งผู้จัดการโครงการขึ้นเป็นการเฉพาะ อันเนื่องมาจากการไปลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องของข้อมูลและวิธีการดำเนินการต่างๆ ค่อนข้างมาก บางทีแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้ไม่สามารถนำแนวทางที่ใช้ในการบริหารที่แผ่นดินแม่ไปใช้ได้เลย ดังนั้นการแต่งตั้งผู้จัดการในครั้งนี้จะต้องเลือกเอาบุคคลในระดับท๊อปสุด ที่มีความรู้ความสามารถบวกกับประสบการณ์การทำธุรกิจในต่างประเทศจึงจะเหมาะสมที่สุด ธุรกิจจะรุ่งหรือจะร่วงก็ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกแม่ทัพในการทำศึกการส่งออกครั้งนี้ของผู้ประกอบการด้วย

2. ดูโอกาสทางการตลาดของประเทศที่หมายตา

พยายามเลือกเจาะเฉพาะบางประเทศ แทนที่จะหว่านไปทั่วทั้งหมด

ผู้ประกอบการต้องทำการเรียกประชุมระดมสมองทีมงานที่จะไปบุกต่างประเทศโดยมีเนื้อหาสาระสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบโอกาสทางการตลาดของประเทศที่จะไป ว่าสินค้าของผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากขนาดไหน โดยต้องพิจารณาข้อมูลในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นราคา จุดเด่น จุดด้อย การวางแผนธุรกิจ การทำตลาด คู่แข่งขัน ซึ่งบางทีอาจจะมีมาจากต่างประเทศเหมือนในกรณีของผู้ประกอบการก็เป็นได้ จึงต้องทำการพิจารณาและวิเคราะห์อย่างละเอียดด้วยว่าธุรกิจจะสามารถเข้าไปเจาะและตีตลาดได้หรือว่าจะถูกเค้าไล่ตีกลับมา

3. พิจารณาปรับตัวสินค้า (ถ้าจำเป็น)

หลังจากได้บทสรุปจากการตรวจสอบโอกาสทางการตลาดแล้ว ผู้ประกอบการต้องนำข้อมูลของแผนการดำเนินงานทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีมาตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบดูกับผลิตภัณฑ์สินค้าของทางบริษัทว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในส่วนใดหรือไม่ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีผลิตภัณฑ์สินค้าชนิดใดจะสามารถขายได้ในทุกประเทศโดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนในส่วนไหนเลย การปรุงแต่งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก่อนที่จะส่งออกสินค้าไปวางขายยังต่างแดนให้ได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยเรื่องค่าครองชีพนั้นก็มีผลต่อการตั้งราคาสินค้าเช่นกัน

4. เลือกการส่งออกและจำหน่าย

รูปแบบในที่นี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะคือ ผู้ประกอบการจะเลือกนำสินค้าส่งออกไปขายในรูปแบบใด จะขึ้นห้างสรรพสินค้า ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ มีหน้าร้านเป็นของตนเอง ขายทางออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งวิธีการทั้งหมดที่ได้เอ่ยไปล้วนมีราคาที่จะต้องจ่ายโดยนับเป็นต้นทุนด้วยเช่นเดียวกัน จึงควรต้องคัดเลือกให้มีความเหมาะสมกับแผนงานมากที่สุด

อย่างที่สองคือช่องทางการขนส่งสินค้าจากประเทศไทย หลักๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทางคือ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน แต่ละช่องทางจะมีราคาและเรื่องระยะเวลาที่แตกต่างกันซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวนด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจเลือกใช้วิธีการร่วมทุนกับบริษัทที่มีสัญชาติของประเทศดังกล่าวก็ได้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเรื่องต้นทุน แถมยังได้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็น

Source: http://incquity.com/articles/marketing-boost/6-ways-ease-exporting


ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก มีอะไรบ้าง